ค้นหาอะไรก็เจอ...โดยกูเกิล

วันจันทร์ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ปางอุ๋ง ปลายฝนต้นหนาว แม่ฮ่องสอน

วิวระหว่างทางไปปางอุ๋ง

เป็นครั้งแรกที่ผมได้ทีโอกาสไปเยือนสถานที่แห่งนี้ทั้ง ๆ ที่ ที่นี่เป็นจุดหมายของการท่องเที่ยวยอดนิยมอีกที่ ของจังหวัดแม่ฮ่องสอน ผมเคยเห็นแต่ภาพถ่าย ความสวยงามของอ่างเก็บน้ำที่อยู่ในหุบเขา สายหมอกสวย ๆ ทิวสนที่รับเหลี่ยมมุม กับแสงแดดยามเช้า ผมรีบออกเดินทางจากตัวเมืองแม่ฮ่องสอนแต่เช้ามืดเพื่อจะไปให้ทันพระอาทิตย์ขึ้นที่ ปางอุ๋ง แล้วก็ไม่ผิดหวังครับ

กางเต็นท์ท่ามกลางทิวสน สวยๆ 


แสงแดดยามเช้าที่ปางอุ๋ง

แม้จะยังไม่เข้าหน้าหนาว แต่ ปางอุ๋งก็ยังมีนักท่องเที่ยวเดินทางไปพักค้างแรมกันเยอะครับ ทั้งกางเต็นท์นอนหรือจะพัก บ้านพักที่ให้บริการภายในอ่างเก็บน้ำ หรือ บ้านพักที่ชาวบ้านระแวกนั้นให้บริการ

สายหมอก บาง ๆ ตอนเช้า 
กิจกรรมตอนเช้าของผู้ที่มาพักค้างแรมที่นี่นอกจากเดินถ่ายภภาพ ชื่นชมความสวยงาม หรือ จะนั่งจิบ ชา กาแฟ ร้อนๆ และดื่มด่ำกับบรรยากาศ รอบตัว ที่นี่มีบริการ ร่องแพ เพื่อชมบรรยากาศ รอบ ๆ อ่างเก็บน้ำด้วยครับ ค่าบริการ 150 บาท

ร่องแพยามเช้าที่ ปางอุ๋ง


ฟ้าสวย น้ำใส


แสงแดดสวยๆ ที่ปางอุ๋ง








วันพุธที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ทุ่งดอกบัวตอง ดอยแม่อูคอ แม่ฮ่องสอน


ทุ่งดอกบัวตองที่ดอยแม่อู่คอ เริ่มบานแล้วครับ

เป็นการเดินทางที่ขับรถสนุกมากครับ เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน หาทางตรงเกือบจะไม่ได้ ส่วนใหญ่จะเป็นเลี้ยวซ้าย แล้วก็เลี้ยวขวา หรือไม่ขึ้นเขา ก็ลงเขา ระยะทางดูไม่ไกลมากครับ ไม่ถึงสามร้อย กิโลเมตรแต่ใช้เวลาประมาณ ห้าชั่วโมง
ดอกบัวตองนั้นงามอยู่บนยอดดอย จริงๆ ครับ

เป็นครั้งที่สองของผมครับครั้งแรกที่เดินทางมาดูดอกบัวตองจำได้ว่ามาตอนเด็ก มาก ๆ คุณแม่ผมพามาจำความรู้สึกตอนนั้นไม่ได้แล้วเพราะนานมาก (ผมแก่แล้วนั้นเอง) ครั้งที่สองเดินทางมาเองขับรถจากเชียงใหม่ออกแต่เช้าครับ แวะเที่ยวไปตามทางเรื่อย ๆ กว่าจะมาถึงดอยแม่อูคอก็ เกือบจะมืดครับ





แม้จะยังบานไม่เต็มที่แต่ก็สวยมาก ครับ


ยังมีดอกตูมที่รอบาน อีกเยอะ




ช่วงที่เวลาที่ผมไป (ต้นเดือน พ.ย.) ยังเป็นช่วงที่ดอกบัวตองยังบานไม่เต็มที่ แต่ก็เปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชมครับ ลองนึกภาพเมื่อดอกบัวตองบานเต็มที่จะสวยงามขนาดใหน ผมไม่แน่ใจว่าจะได้มาอีกเมื่อไหร่ แต่ คราวหน้าสัญญาว่าจะมาตอนที่ดอกบัวตองบานเต็มทุ่ง แล้วจะเก็บภาพ สวยๆ มาฝากครับ







กิ่วแม่ปาน ปลายฝนต้นหนาว ดอยอินทนนท์ เชียงใหม่


ต่อจากเรื่องที่เพิ่งเขียนเสร็จไป แต่ผมยังรู้สึกว่ายังอยากพูดถึงอยู่ครับ นั่น ก็ คือ เรื่องเส้นทางศึกษาธรรมชาติ กิ่วแม่ปาน ผมประทับใจหลาย ๆ อย่างบนเส้นทางนี้ครับ ทั้งความสวยงานของธรรมชาตที่ได้พบเห็น มุมมองแง่คิดของคนนำทางที่พยายามจะนำเสนอเรื่องราวให้เราช่วยกันอนุรักษ์ธรรมชาติเพื่อที่จะได้ให้คนรุ่นต่อ ๆ หรือคนในรุ่นเราได้ชื่นชมความงามแบบนี้ ตลอดไป
คนนำทาง ชาวบ้านระแวกนั้นครับ

บางช่วงผมขอเค้าเดินออกนอกเส้นทางเพื่อที่จะได้ถ่ายรูปสวย ๆ มาฝากกัน แต่เค้าก็ห้ามผมโดยบอกว่า "อย่าเข้าไปเลยครับพี่ถ้าพี่เดินเข้าไปมันก็จะเกิดร่องรอยของการเดินเข้าไป คนอื่นเห็นเค้าก็ทำตาม ไม่นานทุ่งหญ้าหรือเส้นทางที่กำหนดไว้ให้รบกวนธรรชาติน้อยที่สุดก็จะถูกทำลาย"




ก่อนการเริ่มต้นการเดินทางเข้าสู่เส้นทางศึกษาธรรมชาติ คนนำทางเค้าจะอธิบายกฎกติกา กันก่อนครับ เช่น ห้ามนำ อาหาร เครื่องดื่มเข้าไป (ยกเว้นน้ำดื่ม), ห้ามเดินออกนอกเส้นทาง หรือ ถ้าท่านใดมีโรคประจำตัวอะไรก็ต้องบอกคนนำทางไว้ก่อนครับ
กุหลาบพันปี





การเดินทางเข้าไปในเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ก็จะแบ่งเป็นกลุ่มครับ กลุ่มละไม่เกิน 15 คน เพื่อความสะดวกในการดูแล มีการลงชื่อ เวลาเข้า และ เวลาออก เพื่อความปลอกภัยของนักท่องเที่ยว

ไม่มีคำบรรยายครับ ... สวย


เมื่อพ้นจากป่าดิบ เราก็จะเห็น วิว ทิวเขาสวย ๆ 


อุณหภูมิวันที่ผมเดินทางก็ประมาณ 15 องศาครับ แต่พอเดินไปสักพัก เหงื่อซึม 15 องศาก็ไม่มีความหมาย สำหรับการเดินทางท่องเที่ยวที่นี่ผมอยากจะบอกว่า เหมาะกับทุกเพศ ทุกวัยครับ ระยะอาจจะดูไกลหน่อย 3 กิโลเมตร แต่ก็เป็นการเดินไปเรื่อย ๆ ไม่ได้ลำบากลำบนอะไรมาก เด็ก 10 ขวบขึ้นไปผมว่าเที่ยวแบบนี้ก็ยังไหว หรือ ผู้สูงอายุก็น่าจะได้แต่ก็ต้องรู้จักพอดีครับให้เหมาะสมกับสภาพร่างกาย วันที่ผมไปก็มีผู้สูงอายุหลายท่าน ประมาณคร่าว ๆ อายุท่านก็น่าจะ 50 - 60 ปี เดินถือไม้ค้ำเที่ยวไปเรื่อย ๆ สบาย ๆ ครับ
พระเอกของกิวแม่ปานครับ หนอนชาเขียว (รากไม้)


































วันอังคารที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

กิ่วแม่ปาน เส้นทางศึกษาธรรมชาติบนดอยอินทนนท์ เชียงใหม่


เปิดให้ได้ชื่นชมความสวยงามทางธรรมชาติแล้วครับ กิ่วแม่ปานเส้นทางเดินป่าศึกษาธรรมชาติที่ขึ้นชื่อของ ดอยอินทนนท์ ผมได้มีโอกาสไปชื่นชมความสวยงามของ กิ่วแม่ปานในวันเปิดให้เข้าสัมผัสกับธรรมชาติในวันแรกเลยครับ วันที่ 1 พ.ย. 2556
เส้นทางในช่วงแรกเป็นป่าดิบชื้นครับ

ใช้เวลาในการเดินเส้นทางศึกษาธรรมชาติ กิ่วแม่ปาน ประมาณสี่ชั่วโมงครับ การเดินเที่ยวที่นี่จะต้องมีคนนำทางครับซึ่งก็คือ ชาวบ้าน ที่ชำนาญทาง นอกจากนำทางให้เราแล้วก็ยังเป็นผู้ให้ความรู้เกี่ยวกับธรรมชาติของที่นี่ด้วย
คนนำทาง
ก่อนเดินทางมาเที่ยวที่นี่ผมแนะนำให้เตรียมตัวมาซะหน่อยนะครับ ใส่เสื้อผ้าให้รัดกุม ผมแนะนำให้เป็นกางเกงขายาว และเสื้อแขนยาวนะครับ เนื่องจากบางช่วงเราต้องเดินผ่านต้นไม้ทีมีหนามแหลมคม รองเท้าอย่างน้อยขอให้เป็นรองเท้าผ้าใบ หรือ รองเท้าเดินป่าก็ ได้ครับแล้วคุณจะได้สนุกเพลิดเพลินกับ กิ่วแม่ปานอย่างไร้กังวลครับ นอกนั้นก็เตรียมน้ำดื่มไปซักเล็กน้อยครับจะดีมาก



ออกจากป่าดิบก็เป็นทุ่งโล่ง

น้ำตกสวยระหว่างเส้นทางกิ่วแม่ปาน
หินคู่รัก


กิ่วแม่ปานตั้งอยู่ที่กิโลเมตรที่ 42 ครับบนเส้นทางขึ้นดอยอินทนนท์ เป็นทางศึกษาธรรมชาติที่น่าสนใจมากครับ ไม่เหนื่อยจนเกินไป




วันพุธที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ผัดไทย ทับทิมกรอบเจ๊อ้วน เชียงใหม่ ใกล้แยกดวงตะวัน ย่านไนซ์บาร์ซ่า


ผัดไทยกุ้งสด ร้านทับทิมกรอบเจ๊อ้วน มาเชียงใหม่ต้องมาชิมครับ



ผมหาผัดไทยอร่อย ๆ กินมาหลายที่แต่ก็ไม่ถูกใจสักที เพิ่งมาเจอของจริง อร่อยจริงก็ร้านนี้ละครับ ร้านเจ๊อ้วนทับทิบกรอบ นอกจากขายของหวานประเภทหนาวเย็น ใส่น้ำแข็งแล้ว ยังขายอาหารตามสั่ง ก๋วยเตี๋ยว และที่เด็ดสุดก็ ผัดไทยกุ้งสด ครับ รสชาดกลมกล่อม แทบไม่ต้องปรุง ยกเว้นชอบกินเผ็ดก็ใส่พริกป่นเพิ่มเข้าไปครับ อร่อยจริง ๆ
กินผัดไทยแล้วก็ตามด้วยของหวานครับ ผมสั่งทับทิมกรอบ ของอร่อยขึ้นชื่อของร้าน หวานหอม อร่อยมาก ๆ ครับ ผมใส่มะพร้าวกระทิ เพิ่ม อร่อยสุดๆ








ทับทิมกรอบใส่มะพร้าวกะทิ

กินเล่นระหว่างรออาหาร ลูกชิ้นปิ้งน้ำจิ่ม รสเด็ด


ร้านหาไม่ยากครับถ้ามาจาก ไนท์บาร์ซา ถึงแยกแสงตะวัน ให้เลี้ยวซ้ายมาประมาณ 100 เมตร ร้านอยู่ซ้ายมือหาง่ายมากครับ



วันจันทร์ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2556

เนื้อย่างโพนยางคำ ถนนเลียบคอลงชลประทาน ก่อนถึงโรงแรมเชียงใหม่ภูคำ เชียงใหม่


เนื้อโพนยางคำรวม





ถ้าพูดถึงเรื่องอาหารการกินของเชียงใหม่นั้นไม่เป็นรองที่ใหนครับ เนื่องจากเป็นเมืองท่องเที่ยวผู้คนมากมายทำให้มีร้านอาหารเปิดให้บริการมากมาย ทั้งอาหารไทยและอาหารของชาติอื่น ๆ วันนี้ขอแนะนำ ร้านเนื้อย่างที่ขอบอกว่าอร่อย มากๆ ครับ ร้านนี้ชื่อ ร้านโพนยางคำเชียงใหม่

เนื้อย่างที่นี่มีให้เลือกมากมายหลายชนิดครับสะอาด คุณภาพดี มีบริการทั้งแบบสั่งเป็นจาน เป็นเซ็ต หรือ จะทานแบบบุบเพ่ต์ก็มีครับ สามารถเลือกได้ทั้ง แบบย่างหรือแบบจุ่มในน้ำซุปรสจัดจ้าน แบบต้มแซ่ป ขอบอกว่าอร่อย มาก ๆ ครับ

ย่างบนกระทะร้อน ๆ น่ากินมากครับ

น้ำจิ้มมาครบทุกแบบ สุกี้ แจ่ว เกาหลี ญี่ปุ่น และน้ำจิ้มซีฟู้ด




ร้านนี้ตั้งอยู่ที่ ถนนเลียบคลองชลประทาน ต.สุเทพ ก่อนถึงโรงแรมเชียงใหม่ภูคำ นิดเดียวครับ โทร. 053-221111



วันพุธที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ร้านการแฟอาข่าอาม่า Aka Ama Coffee จากหน้า โรงพยาบาลเชียงใหม่รามตรงไป เข้า ถนนหัสดิเสวี ซอย 3



ร้านกาแฟแห่งความภาคภูมิใจ ความเอาใจใส่ต่อชุมชน และความมุ่งมั่น ผมอยากจะบอกว่านี่เป็น ครั้งแรกที่ผมไปร้านกาแฟแล้วได้มากกว่ารสชาดกาแฟที่ดี และบรรยากาศน่านั่งเพื่อเสพสุขกับกาแฟ ร้านกาแฟอาข่าอาม่า เกิดจากความตั้งใจมุ่งมั่นของเด็กหนุ่ม อาข่า ผู้ปราถนาดีต่อชุมชนต่อหมูบ้านของตัวเองซึ่งเป็นแหล่งผลิตกาแฟรสเยียมจนได้รับการยอมรับจากนานาชาติ
ร้านกาแฟ อาข่าอาม่า เป็นร้านกาแฟที่เต็มไปด้วยความมีชีวิต ชีวา มีผู้คนแวะเวียนเข้าไปสัมผัสกับรสชาดของกาแฟที่กลมกล่อม

 ในวันที่ผมไปได้มีโอกาสเจอกับเด็กหนุ่มผู้ที่ริเริ่มธุรกิจกาแฟ นี้ ขึ้นมาแต่ ไม่ได้ มีโอกาสได้พูดคุยเพราะจากที่เห็นมีผู้คนต้องการที่จะพูดคุยกับเค้าเยอะ ทั้งการสัมภาษณ์จาก สื่อต่าง ๆ การทักทายพูดคุยกับลูกค้าที่ต้องการพบกับหนุ่มน้อย
มหัสจรรย์ ผู้นี้ ที่ชื่อ ลี อายุ จือปา

เรื่องราวที่น่าสนใจของกาแฟร้านนี้หาอ่านได้จาก

มุมสบายหน้าเครื่องทำกาแฟ

หลากหลายสื่อครับ สำหรับเรื่องนี้ขอเอารูปสวย ๆ กับคำชื่นชมในรสชาดของกาแฟที่กลมกล่อมมาฝากครับ


แก้วนี้ชอบมากครับ กาแฟไอริส



น้ำตาลเม็ดโต






แบบแช่เย็นพร้อมดื่มก็มีครับ
มุมนี้สำหรับคอกาแฟดริป

โซนห้องแอร์






ร้านตั้งอยู่ที่ เลขที่ 9/1 มาตาอพาร์ตเม้น หัสดิเสวี ซอย 3 ถนน หัสดิเสวี ต.ช้างเผือก อ.เมือง เชียงใหม่
เดินทางมาร้านนี้ถ้าจะให้ง่ายหน่อย ก็ตั้งต้นจากหน้าโรงพยาบาลเชียงใหม่รามแล้วขับตรงมาเรื่อยๆ ผ่านแยกไฟแดง แล้วมองหาซอย หัสดิเสวี ซอย 3 อยู่ซ้ายมือครับ เข้าซอยไปนิดเดียวก็เจอร้านแล้วครับ